12 กรกฎาคม 2569 · อ้างอิงจาก Coinpaprika
งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เปิดเผยให้เห็นภาพการกระจายตัวของโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย Ethereum อย่างชัดเจน โดยพบว่าโหนดของเครือข่ายนี้ประมาณหนึ่งในสามตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว ส่วนที่เหลือกระจายไปยังยุโรป โดยเยอรมนี ฟินแลนด์ และฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีโหนดอยู่มากที่สุดในฝั่งนั้น นอกจากนี้รายงานฉบับเดียวกันยังย้ำว่าการใช้ไฟฟ้าของ Ethereum ลดลงไปมากกว่า 99.9% นับตั้งแต่การอัปเกรดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า The Merge เมื่อปี 2022
การที่โหนดกว่าหนึ่งในสามกระจุกตัวอยู่ในประเทศเดียวถือเป็นประเด็นที่ชุมชนคริปโตให้ความสนใจมาโดยตลอด เพราะโหนดคือหัวใจของระบบกระจายอำนาจ ยิ่งโหนดกระจายกว้างเท่าใด เครือข่ายก็ยิ่งมีความทนทานและต้านทานการควบคุมจากจุดใดจุดหนึ่งได้ดีขึ้น การที่สหรัฐอเมริกาครองสัดส่วนสูงเช่นนี้สะท้อนทั้งความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายในประเทศ แต่ก็หมายความว่าหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายกำกับดูแลหรือปัญหาทางเทคนิคในระดับภูมิภาค ย่อมส่งผลกระทบต่อเครือข่ายโดยรวมได้มากกว่าหากโหนดกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วโลก ขณะเดียวกัน ตัวเลขด้านพลังงานที่ลดลงอย่างมหาศาลหลัง The Merge เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนระบบฉันทามติจาก Proof of Work มาเป็น Proof of Stake ประสบความสำเร็จในแง่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ติดตามตลาดคริปโต ข้อมูลชุดนี้มีนัยสำคัญหลายด้าน ในแง่หนึ่ง ฐานโหนดที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ สะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่และสถาบันต่างๆ ในประเทศนั้นให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในเครือข่ายอย่างจริงจัง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเข้มข้นของโหนดที่ยังไม่กระจายพอก็เป็นปัจจัยความเสี่ยงที่ควรติดตามต่อไป โดยเฉพาะในบริบทที่แต่ละประเทศเริ่มออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในแนวทางของตัวเอง ส่วนผู้ที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม การที่ Ethereum ใช้พลังงานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดอาจเป็นข้อมูลที่ช่วยประกอบการพิจารณาภาพรวมของเครือข่ายนี้ในระยะยาวได้
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ